วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2558

อาชีพทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

อาชีพทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

นักเขียนโปรแกรมหรือโปรแกรมเมอร์ (Programmer)
       
          ทำหน้าที่ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในงานด้านต่างๆ เช่น โปรแกรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าโปรแกรมที่ใช้กับงานด้านบัญชี หรือโปรแกรมที่ใช้กับระบบงานขนาดใหญ่ขององค์กร 





ผู้ดูแลและบริหารระบบ (System administrator)

  ทำหน้าที่บริหารและจัดการระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กร โดยดูแลการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบปฏิบัติการ การติดตั้งฮาร์ดแวร์ การติดตั้งและการปรับปรุงซอฟต์แวร์ สร้าง ออกแบบและบำรุงรักษาบัญชีผู้ใช้ สำหรับองค์กรขนาดเล็กเจ้าหน้าที่ควบคุมระบบอาจต้องดูแลและบริหารระบบเครือข่ายด้วย





นักวิเคราะห์ระบบ (System analyst)

ทำหน้าที่ในการศึกษาวิเคราะห์และพัฒนาระบบสารสนเทศ นักวิเคราะห์และพัฒนาระบบสารสนเทศ นักวิเคราะห์ระบบจะทำการวิเคราะห์ระบบงานและออกแบบระบบสารสนเทศให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน  ซึ่งอาจรวมถึงงานด้านการออกแบบฐานข้อมูลด้วย







วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2558

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ผลกระทบของไอทีด้านลบ-ด้านบวก



        

น่าห่วง! สถิติเด็กติดเกม ปี2556 สูงเกือบ 3ล้านราย

     จากเว็บ  http://news.mthai.com/hot-news/general-news/277188.html


        นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงแบบสำรวจที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดร่วมกับสถาบันสุขภาพจิตและวัยรุ่น กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เก็บข้อมูลเด็กและเยาวชนกลุ่มตัวอย่าง 2 หมื่นคนทั่วประเทศ ระหว่างเดือนมี.ค.-มิ.ย.2556 ที่ผ่านมา




พบว่าในจำนวนนี้ มีเด็กติดเกม 15% เล่นออนไลน์ ไลน์ เฟซบุ๊ค 15% และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับสถิติจำนวนเยาวชน ที่มีอยู่ในปัจจุบัน จำนวน 18 ล้านคน ทำให้ทราบว่า ขณะนี้มีเด็กไทยติดเกมแล้วมากกว่า 2 ล้าน 7 แสนคน ซึ่งถือเป็นตัวเลขเลขที่สูงมาก
โดยพฤติกรรมของเด็กที่ติดเกม คือ
1.จะมีพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง จนถึงขั้นทำร้ายพ่อแม่ผู้ปกครอง พยายามฆ่าตัวตาย เมื่อถูกห้ามไม่ให้เล่นเกม
2.หนีเรียน เก็บตัวอยู่บ้านเพื่อเล่นเกม ไม่นอนในเวลากลางคืน
3. มีปัญหาการเรียนตกต่ำ ไม่เข้าร่วมกิจกรรม อารมณ์แปรปรวนง่าย ซึ่งเด็กกลุ่มนี้ ถือว่าเข้าข่ายติดเกมรุนแรง ต้องเข้าบำบัดรักษา ซึ่งปัจจุบันเด็กที่จะเข้ามารักษามีจำนวนน้อยมาก เฉลี่ยปีละ 30-40 คนเท่านั้น
ด้านนายปรีชา กันธิยะ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวว่าการแก้ปัญหาเด็กติดเกมไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นพฤติกรรมของเด็กที่ใช้เวลาว่างไม่เป็นประโยชน์  ดังนั้นต้องเริ่มจากฟังเสียงเด็กและเยาวชนก่อน ซึ่งการจัดงาน เด็กไทยกับไอที ของ วธ.ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่ผู้ใหญ่จะได้ฟังเด็กแสดงความคิดเห็นต่างๆ ขณะที่ร้านเกมก็ไม่ใช่แหล่งปัญหา แหล่งมั่วสุม แต่ควรจะมองว่าเป็นแหล่งการสืบค้นเรียนรู้ ความบันเทิง โดยชักชวนร้านเกมทั่วประเทศ มาเข้าร่วมโครงการร้านเกมสีขาว มีการกำหนดเวลาเล่น บรรยากาศที่ดี มีความปลอดภัย เหมือนเป็นสถานศึกษาแห่งหนึ่ง เป็นตัวอย่างร้านเกมที่ดี
ขณะที่ นายสุระ เตชะทัต ที่ปรึกษารมว.กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวว่า การเล่นเกมในทางที่ผิด เป็นเรื่องผิดกฎหมาย รัฐบาลมอบหมายให้ วธ. รับผิดชอบดูแลเด็กกับการใช้ไอทีร่วมกันภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ช่วยกันดูแล เฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ทำงานร่วมกับเครือข่ายต่างๆ ส่งเสริมกิจกรรมที่ดี ให้เด็กใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ รวมไปถึงขอความร่วมมือสื่อต่างๆ ผลิตสื่อที่ดีสร้างสรรค์แก่เยาวชน

   จากเนื้อหาของข่าวมีผลกระทบทางด้านลบ กับตัวเราซึ่งถือว่าเป็นเยาวชน เนื่องจากปัญหาการติดเกมของเยาวชนไทยส่วนใหญ่ที่มีสถิติเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยมีแหล่งที่ดึงดูดยอดนิยมอย่างร้านอินเตอเน็ตที่มีเปิดให้บริการเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน โดยสื่อต่างๆที่เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในบรรดาเยาวชนรวมถึงวัยรุ่นและวัยทำงานมักจะเป็นเกมส์ออนไลน์ ไลน์ และเฟซบุ๊ค ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นเหตุที่ืทำให้เกิดผลเสียตามมาหลายอย่าง เช่น เด็กอาจมีพฤติกรรมก้าร้าว รุนแรง หนีเรียน นอนดึกหรือไม่นอนเวลากลางคืน มีปัญหาการเรียนตกต่ำ อารมณ์แปรปรวนง่าย
   แนวทางการป้องกัน  ผู้ปกครองควรให้ความสนใจและดูแลอย่างใกล้ชิด ควรบอกเหตุผล ผลดีและผลดีกับเด็ก ไม่ควรปล่อยให้เด็กอยู่คนเดียว และไม่ตามใจมากจนเกินไป ที่สำคัญไม่ควรหาเกมส์หรืออุปกรณ์สื่อสาร เช่น ไอโฟน ไอแพด ให้กับเด็กใช้มากจนเกินไปในขณะที่ตนไปทำงานหรือไม่มีเวลาดูแล ควรจัดสรรเวลาให้กับเด็กอย่างรอบคอบ และควรดูว่าสิ่งที่เด็กได้รับจากสื่อนั้นเหมาะสมหรือไม่ และควรจัดหากิจกรรมนันทนาการสร้างสรรค์ทำร่วมกับเด็กๆ เพื่อให้เด็กมีกิจกรรมทำไม่อยู่เฉยๆ

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ตัวอย่างข้อสอบ O-Net

เว็บไซต์  http://forum.02dual.com/examfile/1505topic/03E.pdf เฉลย http://forum.02dual.com/examfile/1505topic/key_onet_m6_english_53.pdf

เว็บไซต์  http://www.admission.in.th/wp-content/uploads/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A%20O-net%2052%20%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9.pdf

เฉลย  http://www.admission.in.th/wp-content/uploads/%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%A2%20O-net%2052%20%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9.pdf


ตัวอย่างข้อสอบ 10 ข้อ
วิชา ภาษาอังกฤษ

1. Situation:  Sandy wants to open the window, but Peter is sitting in her way.
           
                Sandy : Peter, ___A___ I want to open it.
                Peter :  ___B___ but let me do that for you.

        A.  1.  can I open the window?
              2.  you haven't opened the window.
              3.  you should not sit near the window like that.
              4.  would you mind moving away from the window?

        B.  1. Yes, I know.
             2.  Never mind.
             3.  No, not at all.
             4.  Of course, I'd love to.


2. Situation : A flight attendant with the drink trolley is talking to a passenger.

                Flight Attendant :    ___A___
                Passenger :             ___B___
                Flight Attendant :   Yes. Here you are.

        A.  1.  Anything to drink before dinner?
              2.  Can you have a drink before dinner?
              3.  The drinks for you to choose are already here.
              4.  You must choose a drink for your dinner now?


        B.  1.  How much is the apple juice?
             2.  Have you got any apple juice?
             3.  Would you like some apple juice?
             4.  Can you get me some apple juice later? 


3. Situation : Ron and Lisa are at an art exhibition.

                
            Ron : __A__
            Lisa : __B__
            Ron : Oh, you're right.

     A.  1. What do you think about that painting?
           2. This painting is spectacular. Don't you agree?
           3. These paintings are very expensive, aren't they?
           4. This is my painting. How do you like it?

     B.  1. No, I think I'm not going to buy it.
          2. Well, I like to collect beautiful paintings.
          3. Yes, but I think that one is even better.
          4. I wish I could buy one.


4. ___A___ are vegetables, fruit and grain___B___ in organic matter.

     A.  1. That some examples of natural foods
           2. Some examples of natural foods
           3. Of some examples are nature foods
           4. Examples of some nature foods that

     B.  1. where they have grown in soil rich
           2. when they have grown in rich soil
           3. which have been grown in soil rich 
           4. that have been grown in rich soil


5. Some sociologists __A__ __B__ the social causes of human behavior.

     A.  1. spending their time much              2. spend much of their time 
           3. much of their time is spent            4. their time is spent much

     B.  1. to try understanding                     2. trying to understand
          3. and try to understand                   4. but trying understanding  

6. The simplest way to understand how a jet engine works is to watch air 
                       A                          B                                              C 
 escapes from a balloon.  
               D 
 A. 1. A more simple way          2. Simpler ways
      3. The most simple way        4. A simpler way than

B. 1. to understand that how     2. understanding that how
     3. to understand that            4. understanding that

 C. 1. watching                          2. is to be watching
       3. to watch                         4. is watched

 D. 1. to escape from a balloon    2. escaping from a balloon
      3. will escape out of balloons  4. escapes out of balloons

7. Situation:  Prasert is trying to talk Tom into going to a football match with him. 
                    Tom: My favorite football team from England is playing against the Thai National team this                                       Sunday. I really want to go, but __A__ 
                    Prasert: Oh, come on. Go with me. __B__ 
           
              A. 1. I’m sure I’ll enjoy it.                                 2. it’s too late for me to go.
                   3. all the tickets are sold out.                        4. my assignment is due on Monday.
              B. 1. Don’t you like football?                             2. You shouldn’t hand in the work late.
                   3. There won’t be another match like this.     4. We shouldn’t pay anything extra for tickets.


SECTION 2: Reading Ability (Nos. 8-10)
          Self-esteem is the confidence and worth that you feel about yourself. Your selfesteem 31 everything you do, think, feel, and are. It is, in fact, one of the most important 32 in your overall sense of well-being. How well you feel physically, 33 , and socially can affect your self-esteem.
         
8.        1. discovers                       2. examines              3. influences          4. understands

9.        1. samples                          2. factors                 3. properties         4. structures

10.      1. mindfully                         2. mentally                3. spiritually          4. thoughtfully


เฉลย
1.  4,3
2.  1,2
3.  2,3
4.  2,3
5.  2,2
6.  D2
7. A4 , B3
8. 3
9. 2
10. 2

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558


โครงงานรายการกินนู่น กินนี่




ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำโครงงาน

1. ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำงาน ประสานงาน และติดต่อกับหน่วยงานต่างๆ พร้อมทั้งมีการวางแผนการทำงาน

2. ทำให้กล้าคิด กล้าแสดงออกต่อที่ประชุมมากขึ้น

3. ทำให้รู้จักหน้าที่และมีความรับผิดชอบมากขึ้น

4. ทำให้รู้จักการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ

5. ทำให้รู้จักการเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี


เขียนโดย นางสาว ภัทรนันท์  ตันเจริญ  

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การศึกษาตัวอย่างโครงงานคอมพิวเตอร์

                                           จากเว็บไซต์ http://www.vcharkarn.com/project/664

                  ชื่อโครงงาน Let's Time For Health


เกม Let’s Time For Health นั้น เป็นโปรแกรมสื่อผสมมัลติมีเดียในรูปแบบของเกมโดยใช้โปรแกรม Microsoft Visual Basic 6.0 เป็นเครื่องมือในการพัฒนาระบบในส่วนที่ติดต่อกับผู้ใช้โปรแกรม,ประมวลผลภาพจากเว็บแคม และใช้โปรแกรม Adobe Premiere Pro 2.0 เป็นเครื่องมือในการพัฒนาด้านการตัดต่อไฟล์วิดีโอ และใช้โปรแกรม Cool Edit ในการตัดต่อแก้ไขไฟล์ดนตรี, เสียงประกอบ รวมทั้งโปรแกรม Adobe Photoshop CS 2 และ Macromedia Flash 8 เป็นเครื่องมือในการพัฒนาด้านกราฟิก และการตกแต่งส่วนประกอบแนวคิดของการออกกำลังกายที่นำมาสร้างเป็นเกมที่ออกกำลังกายได้จริงและมีความสนุกสนานนั้น ได้มีการนำมาสร้างขึ้นเพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการออกกำลังกาย โดยได้พัฒนามาในรูปแบบของเกมที่มีทั้งสื่อผสม(Multimedia) การตอบสนองของผู้ใช้ผ่านการปฏิบัติจริง โดยสามารถประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตัวเกมถูกออกแบบให้สามารถเข้าถึงได้ทุกช่วงอายุ แล้วยังประหยัดทรัพยากรของเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วย ผู้ใช้สามารถใช้เกมนี้เพื่อการดูแลสุขภาพ สนุกสนาน และผ่อนคลาย ไปพร้อมๆกัน

เทคโนโลยีที่ใช้ 

          เป็นโปรแกรมสื่อผสมมัลติมีเดียในรูปแบบของเกมโดยใช้โปรแกรม Microsoft Visual Basic 6.0 เป็นเครื่องมือในการพัฒนาระบบในส่วนที่ติดต่อกับผู้ใช้โปรแกรม,ประมวลผลภาพจากเว็บแคม และใช้โปรแกรม Adobe Premiere Pro 2.0 เป็นเครื่องมือในการพัฒนาด้านการตัดต่อไฟล์วิดีโอ และใช้โปรแกรม Cool Edit ในการตัดต่อแก้ไขไฟล์ดนตรี, เสียงประกอบ รวมทั้งโปรแกรม Adobe Photoshop CS 2 และ Macromedia Flash 8 เป็นเครื่องมือในการพัฒนาด้านกราฟิก

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2558

โปรแกรม Cal

 


Private Sub Command1_Click()
x = Val(Text1.Text)
y = Val(Text2.Text)
z = x * y
Label1.Caption = z
End Sub

Private Sub Command2_Click()
x = Val(Text1.Text)
y = Val(Text2.Text)
z = x / y
Label1.Caption = z
End Sub

Private Sub Command3_Click()
x = Val(Text1.Text)
y = Val(Text2.Text)
z = x + y
Label1.Caption = z
End Sub

Private Sub Command4_Click()
x = Val(Text1.Text)
y = Val(Text2.Text)
z = x - y
Label1.Caption = z
End Sub

Private Sub Command5_Click()
Text1.Text = ""
Text2.Text = ""
Label1.Caption = ""
End Sub

Private Sub Command6_Click()
End
End Sub

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ประเภทของการเรียนรู้

หน่วยการเรียนที่ 2 เรื่องสื่อการสอน 
สื่อการสอนคืออะไร?

         สื่อการสอน (Instruction Media) หมายถึง วัสดุ อุปกรณ์ หรือวิธีการใด ๆ ก็ตามที่เป็นตัวกลางหรือพาหะในการถ่ายทอดความรู้ ทัศนคติ ทักษะและประสบการณ์ไปสู่ผู้เรียน สื่อการสอนแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติพิเศษและมีคุณค่าในตัวของมันเองในการเก็บและแสดงความหมายที่เหมาะสมกับเนื้อหาและเทคนิควิธีการใช้อย่างมีระบบ

คุณสมบัติของสื่อการสอน 

          สื่อการสอนมีคุณสมบัติพิเศษ 3 ประการ คือ
  1. สามารถจัดยึดประสบการณ์กิจกรรมและการกระทำต่าง ๆ ไว้ได้อย่างคงทนถาวร ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ในอดีตหรือปัจจุบัน ทั้งในลักษณะของรูปภาพ เสียง และสัญลักษณ์ต่าง ๆ สามารถนำไปใช้ได้ตามความต้องการ
  2. สามารถจัดแจงจัดการและปรุงแต่งประสบการณ์ต่าง ๆ ให้ใช้ได้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการเรียนการสอนเพราะสื่อการสอนบางชนิด สามารถใช้เทคนิคพิเศษเพื่อเอาชนะข้อจำกัดในด้านขนาด ระยะทาง เวลา และความเป็นนามธรรมของประสบการณ์ตามธรรมชาติได้ 
  3. สามารถแจกจ่ายและขยายของข่าวสารออกเป็นหลาย ๆ ฉบับเพื่อเผยแพร่สู่คนจำนวนมาก และสามารถใช้ซ้ำๆ ได้หลาย ๆ ครั้ง ทำให้สามารถแก้ปัญหาในด้านการเรียนการสอนต่าง ๆ ทั้งการศึกษาในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียนได้เป็นอย่างดี

คุณค่าของสื่อการสอน
                
   1. เป็นศูนย์รวมความสนใจของผู้เรียน
  2. ทำให้บทเรียนเป็นที่น่าสนใจ
  3. ช่วยให้ผู้เรียนมีประสบการณ์กว้างขวาง 
  4. ทำให้ผู้เรียนมีประสบการณ์ร่วมกัน
  5. แสดงความหมายและสัญลักษณ์ต่าง ๆ 
  6. ให้ความหมายแก่คำที่เป็นนามธรรมได้ 
  7. แสดงสิ่งที่ลี้ลับให้เข้าใจง่าย
  8. อธิบายสิ่งที่เข้าใจยากให้เข้าใจง่ายขึ้น 
  9. สามารถเอาชนะข้อจำกัดต่าง ๆ เกี่ยวกับเวลา ระยะทางและขนาดได้ เช่น
     9.1 ทำให้สิ่งที่เคลื่อนไหวช้าให้เร็วขึ้นได้ 
     9.2 ทำให้สิ่งที่เคลื่อนไหวเร็วให้ช้าลงได้ 
     9.3 ย่อสิ่งที่ใหญ่เกินไปให้เล็กลงได้ 
     9.4 ขยายสิ่งที่เล็กเกินไปให้ใหญ่ขึ้นได้ 
     9.5 นำสิ่งที่อยู่ไกลเกินไปมาศึกษาได้ 
     9.6 นำสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมาให้ดูได้ 

คุณค่าของสื่อการสอน จำแนกได้ 3 ด้าน คือ

         1. คุณค่าด้านวิชาการ
   1.1 ทำให้ผู้เรียนเกิดประสบการณ์ตรง
  1.2 ทำให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ดีกว่าและมากกว่าไม่ใช่สื่อการสอน 
  1.3 ลักษณะที่เป็นรูปธรรมของสื่อการสอน ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจความหมายของสิ่งต่าง ๆ ได้กว้างขวางและ
เป็นแนวทางให้เข้าใจสิ่งนั้น ๆ ได้ดียิ่งขึ้น
  1.4 ส่วนเสริมด้านความคิด และการแก้ปัญหา
  1.5 ช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ถูกต้อง และจำเรื่องราวได้มากและได้นาน
  1.6 สื่อการสอนบางชนิด ช่วยเร่งทักษะในการเรียนรู้ เช่น ภาพยนตร์ ภาพนิ่ง เป็นต้น
          2. คุณค่าด้านจิตวิทยาการเรียนรู้
  2.1 ทำให้เกิดความสนใจ และต้องเรียนรู้ในสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น
 2.2 ทำให้เกิดความคิดรวบยอดเป็นเพียงอย่างเดียว
 2.3 เร้าความสนใจ ทำให้เกิดความพึงพอใจ และยั่วยุให้กระทำกิจกรรมด้วยตนเอง
           3. คุณค่าด้านเศรษฐกิจการศึกษา
   3.1 ช่วยให้ผู้เรียนที่เรียนช้าเรียนได้
เร็วและมากขึ้น
  3.2 ประหยัดเวลาในการทำความเข้าใจเนื้อหาต่าง ๆ 
  3.3 ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้เหมือนกันครั้งละหลาย ๆ คน
  3.4 ช่วยขจัดปัญหาเรื่องเวลา สถานที่ ขนาด และระยะทาง 


ประเภทของสื่อการสอน
      
  การจำแนกสื่อการสอนตามคุณสมบัติ
             สื่อการสอนแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 
                  1. วัสดุ (Materials) เป็นสื่อเล็กหรือสื่อเบา บางทีเรียกว่า Soft Ware สื่อประเภทนี้ผุพังได้ง่าย เช่น
                       - แผนภูมิ (Charts)
                       - แผนภาพ (Diagrams)
                       - ภาพถ่าย (Poster)
                       - โปสเตอร์ (Drawing)
                       - ภาพเขียน (Drawing)
                       - ภาพโปร่งใส (Transparencies)
                       - ฟิล์มสตริป (Filmstrip)
                       - แถบเทปบันทึกภาพ (Video Tapes)
                       - เทปเสียง (Tapes) ฯลฯ
                 2. อุปกรณ์ (Equipment) เป็นสื่อใหญ่หรือหนัก บางทีเรียกว่า สื่อ Hardware สื่อประเภทนี้ได้แก่
                       - เครื่องฉายข้ามศีรษะ (Overhead Projectors)
                       - เครื่องฉายสไลค์ (Slide Projectors)
                       - เครื่องฉายภาพยนตร์ (Motion Picture Projectors)
                       - เครื่องเทปบันทึกเสียง (Tape Receivers)
                       - เครื่องรับวิทยุ (Radio Receivers)
                       - เครื่องรับโทรทัศน์ (Television Receivers)
                 3. วิธีการ เทคนิค หรือกิจกรรม (Method Technique or Activities) ได้แก่
                       - บทบาทสมมุติ (Role Playing)
                       - สถานการณ์จำลอง (Simulation)
                       - การสาธิต (Demonstration)
                       - การศึกษานอกสถานที่ (Field Trips)
                       - การจัดนิทรรศการ (Exhibition)
                       - กระบะทราย (Sand Trays)
การจำแนกสื่อการสอนตามแบบ (Form)
            จำแนกสื่อการสอนตามแบบเป็นหมวดหมู่ดังนี้
                 1. สิ่งพิมพ์ (Printed Materials) 
                       - หนังสือแบบเรียน (Text Books)
                       - หนังสืออุเทศก์ (Reference Books)
                       - หนังสืออ่านประกอบ (Reading Books)
                       - นิตยสารหรือวารสาร (Serials)
                 2. วัสดุกราฟิก (Graphic Materials)
                       - แผนภูมิ (Chats)
                       - แผนสถิติ (Graph)
                       - แผนภาพ (Diagrams)
                       - โปสเตอร์ (Poster)
                       - การ์ตูน (Cartoons)
                 3. วัสดุและเครื่องฉาย (Projector materials and Equipment)
                       - เครื่องฉายภาพนิ่ง (Still Picture Projector)
                       - เครื่องฉายภาพเคลื่อนไหว (Motion Picture Projector)
                       - เครื่องฉายข้ามศีรษะ (Overhead Projector)
                       - ฟิล์มสไลด์ (Slides)
                       - ฟิล์มภาพยนตร์ (Films)
                       - แผ่นโปร่งใส (Transparancies)
                 4. วัสดุถ่ายทอดเสียง (Transmission) 
                       - เครื่องเล่นแผ่นเสียง (Disc Recording)
                       - เครื่องบันทึกเสียง (Tape Recorder)
                       - เครื่องรับวิทยุ (Radio Receiver)
                       - เครื่องรับโทรทัศน์ (Television Receiver)

การจำแนกสื่อการสอนตามประสบการณ์
              เอดการ์ เดล (Edgar Dale. 1969 : 107) เชื่อว่าประสบการณ์ตรงที่เป็นรูปธรรมจะทำให้เกิดการเรียนรู้แตกต่างกับ
ประสบการณ์ที่เป็นนามธรรม ดังนั้นจึงจำแนกสื่อการสอนโดยยึดประสบการณ์เป็นหลักเรียงตามลำดับจากประสบการณ
์ที่ง่ายไปยาก 10 ขั้น เรียกว่า กรวยประสบการณ์ (Cone of Experience)
                 
ขั้นที่ 1 ประสบการณ์ตรง (Direct Experiences) มีความหมายเป็นรูปธรรมมากที่สุดทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้
จากประสบการณ์จริง เช่น เล่นกีฬา ทำอาหาร ปลูกพืชผัก หรือเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น
                 ขั้นที่ 2 ประสบการณ์รอง (Verbal Symbols) เป็นกรณีที่ประสบการณ์หรือของจริงมีข้อจำกัด จำเป็นต้องจำลอง
สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นมาศึกษาแทน เช่น หุ่นจำลอง ของตัวอย่าง การแสดงเหตุการณ์จำลองทางดาราศาสตร์
                 ขั้นที่ 3 ประสบการณ์นาฏการ (Dramaticed Experiences) เป็นประสบการณ์ที่จัดขึ้นแทนประสบการณ์ตรง
หรือเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในอดีตหรืออาจเป็นความคิด ความฝัน สามารถเรียนด้วยประสบการณ์ตรงหรือประสบการณ์จำลองได้ 
เช่น การแสดงละคร บทบาทสมมุติ เป็นต้น 
                 ขั้นที่ 4 การสาธิต (Demonstration) เป็นการอธิบายข้อเท็จจริงลำดับความคิดหรือกระบวนการเหมาะสมกับเนื้อหา
ที่ต้องการความเข้าใจ ความชำนาญหรือทักษะ เช่น การสาธิตการผายปอดการสาธิตการเล่นของครูพละ เป็นต้น
                 ขั้นที่ 5 การศึกษานอกสถานที่ (Field Trips) เป็นการพาผู้เรียนไปศึกษาหาความรู้นอกห้องเรียน โดยมีจุดมุ่งหมาย
ที่แน่นอน ประสบการณ์นี้มีความเป็นนามธรรมมากกว่าการสาธิต เพราะผู้เรียนแทบไม่ได้มีส่วนในกิจกรรมที่ได้พบเห็นนั้นเลย 
                 ขั้นที่ 6 นิทรรศการ (Exhibits) เป็นการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้รับด้วยการดูเป็นส่วนใหญ่ อาจจัดแสดงสิ่งต่าง ๆ 
เช่น ของจริง หุ่นจำลอง วัสดุสาธิต แผนภูมิ ภาพยนตร์ เป็นต้น
                 ขั้นที่ 7 โทรทัศน์และภาพยนตร์ (Television and Motion Picture) เป็นประสบการณ์ที่เป็นนามธรรมมากกว่า
การจัดนิทรรศการ เพราะผู้เรียนเรียนรู้ได้ด้วยการดูภาพและฟังเสียงเท่านั้น
                 ขั้นที่ 8 ภาพนิ่ง วิทยุและการบันทึกเสียง (Still Picture) เป็นประสบการณ์ที่รับรู้ได้ทางใดทางหนึ่งระหว่างการฟัง
และการพูด ซึ่งนับเป็นนามธรรมมากขึ้น 
                 ขั้นที่ 9 ทัศนสัญลักษณ์ (Visual Symbols) เป็นประสบการร์ที่เป็นนามธรรมมากที่สุด บรรยาย การปราศรัย 
คำโฆษณา ฯลฯ ดังนั้นผู้เรียนควรมีพื้นฐานเช่นเดียวกับทัศนสัญลักษณ์นั้น ๆ จะทำให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างดี 
                 ขั้นที่ 10 วัจนสัญลักษณ์ (Verbal Symbols) ได้แก่ คำพูด คำอธิบาย หนังสือ เอกสาร แผ่นปลิว แผ่นพับ 
ที่ใช้ตัวอักษร ตัวเลข แทนความหมายของสิ่งต่าง ๆ นับเป็นประสบการณ์ที่เป็นนามธรรมมากที่สุด

ข้อดีและข้อจำกัดของสื่อการสอน 
       1. สื่อที่ไม่ต้องใช้เครื่องประกอบ
              1.1 หนังสือพิมพ์ สมุดคู่มือ เอกสารหรือสิ่งพิมพ์อื่น ๆ

                  ข้อดี
                        1. วิธีเรียนที่ดีที่สุดสำหรับบางคน ได้แก่ การอ่าน
                        2. สามารถอ่านได้ตามสมรรถภาพของแต่ละบุคคล
                        3. เหมาะสมสำหรับการอ้างอิงหรือทบทวน
                        4. เหมาะสำหรับการผลิตเพื่อแจกเป็นจำนวนมาก 
                   ข้อจำกัด
                        1. ต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูง
                        2. บางครั้งข้อมูลล้าสมัยง่าย
                        3. สิ่งพิมพ์ที่จำเป็นต้องอาศัยการผลิตต้นแบบหรือการผลิตที่มีคุณภาพ ซึ่งหาได้ยาก
               1.2 ตัวอย่างของจริง
                   ข้อดี
                        1. แสดงสภาพตามความเป็นจริง
                        2. อยู่ในลักษณะสามมิติ
                        3. สัมผัสได้ด้วยสัมผัสทั้ง 4
                    ข้อจำกัด
                        1. การจัดหาอาจลำบาก
                        2. บางครั้งขนาดใหญ่เกินกว่าจะนำมาแสดงได้
                        3. บางครั้งราคาสูงเกินไป
                        4. ปกติเหมาะสำหรับการแสดงต่อกลุ่มย่อย
                        5. บางครั้งเสียหายง่าย
                        6. เก็บรักษาลำบาก
               1.3 หุ่นจำลอง / เท่า / ขยาย / ของจริง
                    ข้อดี
                         1. อยู่ในลักษณะสามมิติ
                         2. สามารถจับต้องและพิจารณารายละเอียด
                         3. เหมาะสำหรับการแสดงที่ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า (เช่น ส่วนกลางหู)
                         4. สามารถใช้แสดงหน้าที่
                         5. ช่วยในการเรียนรู้และการปฏิบัติทักษะชนิดต่าง ๆ 
                         6. หุ่นบางอย่างสบายสามารถผลิตได้ด้วยวัสดุในท้องถิ่นที่หาง่าย
                    ข้อจำกัด
                         1. ต้องอาศัยความชำนาญในการผลิต
                         2. ส่วนมากราคาแพง
                         3. ปกติเหมาะสำหรับการแสดงต่อกลุ่มย่อย 
                         4. ชำรุดเสียหายง่าย
                         5. ไม่เหมือนของจริงทุกประการบางครั้งทำให้เกิดความเข้าใจผิด
                1.4 กราฟิก / แผนภูมิ / แผนภาพ / แผนผัง / ตาราง
                    ข้อดี
                        1. ช่วยในการชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อหา
                        2. ช่วยแสดงลำดับขั้นตอนของเนื้อหา
                        3. ภาพถ่ายมีลักษณะใกล้ความเป็นจริง ซึ่งดีกว่าภาพเขียน
                    ข้อจำกัด
                        1. เหมาะสำหรับกลุ่มเล็ก ๆ 
                        2. เพื่อให้งานกราฟิกได้ผลจำเป็นต้องใช้ช่างเทคนิคที่ค่อนข้างมีความชำนาญในการผลิต
                        3. การใช้ภาพบางประเภท เช่น ภาพตัดส่วน (Sectional drawings) หรือการ์ตูน อาจไม่ช่วยให้กลุ่มเป้าหมาย
เกิดความเข้าใจดีขึ้นแต่กลับทำให้งง เพราะไม่สามารถสัมผัสของจริงได้ 
               1.5 กระดานชอล์ค
                   ข้อดี
                        1. ต้นทุนราคาต่ำ
                        2. สามารถใช้เขียนงานกราฟิกได้หลายชนิด
                        3. ช่วยในการสร้างความเข้าใจตามลำดับเรื่องราวเนื้อหาสามารถนำไปใช้ได้อีก
                   ข้อจำกัด
                        1. ผู้เขียนต้องหันหลังให้กลุ่มเป้าหมาย
                        2. กลุ่มเป้าหมายจำนวนเพียง 50 คน
                        3. ภาพหัวข้อหรือประเด็นคำบรรยายต้องถูกลบ ไม่สามารถนำไปใช้ได้อีก
                        4. ผู้เขียนต้องมีความสามารถในการเขียนกระดานพอสมควรทั้งในการเขียนตัวหนังสือ
               1.6 แผ่นป้ายสำลี / แผ่นป้ายแม่เหล็ก
                   ข้อดี
                        1. สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก
                        2. วัสดุในการผลิตหาได้ง่าย
                        3. เหมาะสำหรับแสดงความเกี่ยวพันของลำดับเนื้อหา เป็นขั้นตอน 
                        4. ช่วยดึงดูดความสนใจ
                        5. สามารถให้กลุ่มเป้าหมายร่วมใช้เพื่อสร้างความสนใจและทดสอบความเข้าใจ 
                  ข้อจำกัด
                        - เหมาะสำหรับกลุ่มย่อย

         2. สิ่งที่ต้องใช้เครื่องฉายประกอบ (Projectable Media)
               2.1 ชนิดที่ไม่มีการเคลื่อนไหว หรือภาพนิ่ง (Still Picture)
                    2.1.1 เครื่องฉายทึบแสง (Opaque Projector) 

                      ข้อดี
                        1. สามารถขยายภาพถ่ายหรือภาพเขียนให้มีขนาดใหญ่ ซึ่งแม้กลุ่มจะใหญ่ก็เห็นชัดเจนทั่วถึงกัน
                        2. ช่วยลดภาวะการผลิตสไลด์และแผ่นภาพโปร่งแสง (Overhead Transparencies) 
                        3. สามารถขยายภาพบนแผ่นกระดาษ เพื่อจะได้วาดภาพขยายได้ถูกต้อง
                        4. ช่วยในการขยายวัตถุที่มีขนาดเล็กให้กลุ่มใหญ่ ๆ เห็นได้ทั่วถึง
                      ข้อจำกัด
                        1. เมื่อจะใช้เครื่องจะต้องมีห้องที่มืดสนิทจึงจะเห็นภาพขยาย 
                        2. เครื่องมีขนาดใหญ่มาก ขนย้ายลำบาก
                        3. ต้องใช้ไฟฟ้า
                    2.1.2 ไมโครฟิล์ม
                     ข้อดี
                        1. สะดวกต่อการเก็บรักษาและสามารถจัดประเภทได้ง่าย หากมีไมโครฟิล์มจำนวนมาก ๆ 
                        2. เหมาะสำหรับใช้ในการแลกเปลี่ยนความรู้ เพราะมีขนาดเล็ก
                        3. ต้นทุนการผลิตค่อนข้างต่ำแต่ต้องมีเครื่องฉายที่ดี
                        4. ขนาดเล็ก และน้ำหนักเบาหยิบใช้ง่าย
                     ข้อจำกัด
                        1. ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
                        2. เครื่องขยายที่ใช้คนดูคนเดียวมีราคาถูก แต่เครื่องฉายสำหรับกลุ่มใหญ่มีราคาแพง
                        3. เครื่องขยายต้องใช้ไฟฟ้า (ยกเว้นเครื่องส่งขนาดเล็ก)

            2.2 ชนิดที่มีการเคลื่อนไหว (Moving Picture)
                   2.2.1 ฟิล์ม / ภาพยนตร์ (ทั้ง 16 มม. และ 8 มม.)

                    ข้อดี
                        1. ให้ภาพที่มีการเคลื่อนไหวและให้เสียงประกอบ ซึ่งทั้งสองอย่างมีลักษณะใกล้ความจริงมากที่สุด
                        2. เหมาะสำหรับกลุ่มทุกขนาด คือ สามารถใช้ได้ทั้งกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่
                        3. ใช้เนื้อที่และเวลาน้อยในการเสนอ
                        4. เหมาะสำหรับใช้จูงใจสร้างทัศนคติและแนะปัญหาหรือแสดงทักษะ
                        5. ฟิล์ม 8 มม. เหมาะสำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเอง
                        6. เหมาะสำหรับให้ความรู้ แต่ผู้ใช้จะต้องอธิบายข้อความบางอย่างเกี่ยวกับภาพยนตร์โดยละเอียด
ก่อนทำการฉายหรือเมื่อฉายจบแล้วควรจะให้มีการซักถามปัญหา หรืออภิปรายกลุ่มสรุปเรื่องราวอีกด้วย 
                     ข้อจำกัด
                        1. ไม่สามารถหยุดภาพยนตร์เมื่อมีใครมีข้อสงสัย
                        2. ต้นทุนในการผลิตสูงมากและกรรมวิธีการผลิตยุ่งยาก
                        3. การผลิตฟิล์มจำนวนน้อย ๆ (ก๊อปปี้) ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นกว่าเดิมมาก
                        4. ต้องใช้ไฟฟ้าในการฉาย
                        5. ลำบากต่อการโยกย้ายอุปกรณ์สำหรับฉาย
                        6. จำเป็นต้องฉายที่มืดจึงจะมองเห็น (นอกจากจะใช้จอฉายกลางวัน)
                        7. บางครั้งถ้าใช้ภาพยนตร์ต่างประเทศอาจจะไม่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้จริง ๆ 
                   2.2.2 โทรทัศน์วงจรเปิด (Open Circuit Television)
                    ข้อดี
                        1. สามารถใช้กับทั้งกลุ่มใหญ่ กลุ่มย่อย และถ่ายทอดได้ในระยะไกล ๆ
                        2. ช่วยในการดึงดูดความสนใจ
                        3. เหมาะสำหรับใช้ในการจูงใจ สร้างทัศนคติและเสนอปัญหา (ให้ผู้ชมคิดหรือเสริมสร้างการอภิปรายร่วม)
                        4. ช่วยลดภาวะของผู้ใช้ คือ แทนที่จะบรรยายหลายแห่งต่อคน ที่ต่าง ๆ เห็นได้ในเวลาเดียวกัน 
                    ข้อจำกัด
                        1. ต้นทุนการจัดรายการสูงและต้องใช้ช่างผู้ชำนาญในการทำรายการ
                        2. เครื่องรับโทรทัศน์มีราคาสูงและบำรุงรักษายาก
                        3. ต้องใช้ไฟฟ้า
                        4. ผู้ชมต้องปรับตัวเข้ารายการผู้ใช้หรือผู้บรรยายไม่สามารถปรับตัวเข้ากับผู้ชมได้ 
                   2.2.3 โทรทัศน์วงจรปิด (Closed Circuit Television) 
                    ข้อดี
                        1. สามารถใช้ได้ในกลุ่มย่อยและกลุ่มคนที่มีไม่มากจนเกินไป
                        2. สามารถฉายซ้ำเมื่อผู้ชมเกิดความไม่เข้าใจ
                        3. แสดงการเคลื่อนไหว
                        4. สามารถใช้ได้ในกรณีที่มีบริเวณหรือเวลาจำกัด
                        5. เหมาะสำหรับใช้ในการจูงใจสร้างทัศนคติและเสนอปัญหา
                        6. เหมาะสำหรับใช้ในการขยายภาพ / บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นขั้นตอนแต่ใช้เวลามากในการพัฒนา 
                   
ข้อจำกัด
                        1. ต้นทุน อุปกรณ์และการผลิตสูงและต้องใช้ผู้ชำนาญในการผลิต / จัดรายการ
                        2. ต้องใช้ไฟฟ้า (แม้ว่าจะสามารถใช้แบตเตอรี่ได้ ก็อาจจะต้องชาร์ตไฟ)
                        3. เครื่องรับมีราคาสูง และยากแก่การบำรุงรักษา